แทงบอลในมือถือ

พอล สโคลส์ อดีตกองกลางของแมนฯ ยูไนเต็ด

ออกมาให้ความเห็นว่าท่าทางการแสดงออกของกุนซือชาวโปรตุกีสหลังเกมที่ทัพ”ปีศาจแดง” เอาชนะยูเวนตุสไป 2-1 นั้น ไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่

ดูบอลสดที่นี่ มูรินโญ่ทำท่าป้องหูแล้วแสยะยิ้มเล็กๆไปทางแฟนบอล “ม้าลาย” สร้างความไม่พอใจให้กับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ปราการหลัง ยูเวนตุสจนต้องปรี่เข้ามาเคลียร์ ก่อนที่ทางทีมงานจะพากุนซือผีแดงเดินออกจากสนามไป

พอล สโคลส์ ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากวิจารณ์ผลงานของมูรินโญ่อยู่หลายๆครั้งในพักหลัง “คุณควรจะชนะแบบมีคลาสสักหน่อย” ตำนานกองกลางแมนฯยูไนเต็ดให้สัมภาษณ์กับ บีที สปอร์ต สำนักข่าวของอังกฤษ

ดูบอลสดที่นี่ “ไปจับมือกับโค้ชฝั่งตรงข้าม หรือเดินไปปรบมือให้กับแฟนบอลข้างสนามยังดีกว่า การทำแบบนี้มันไม่จำเป็นแต่ก็นะ นี่มันเป็นแนวทางที่เขาเป็น”

ด้าน โอเว่น ฮากรีฟส์ อดีตผู้เล่นสารพัดประโยชน์ของปีศาจแดง ได้เสริมว่า “มันก็ไม่น่าทำสักเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ชนะ มันเป็นสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมของยูไนเต็ดและมูรินโญ่”

ขณะที่โชเซ่ มูรินโญ่ ได้ให้สัมภาษณ์หลังเกมถึงการแสดงออกท่าดังกล่าวว่าเพราะโดนแฟนบอลยูเวนตุสโห่มาตลอดทั้งเกมตัวเขาก็แค่อยากได้ยินเท่านั้นเองว่าพวกเขา (แฟนบอล ยูเวนตุส) จะพูดอะไรอีกรึเปล่าหลังปีศาจแดงเป็นฝ่ายพลิกชนะ

พอล สโคลส์ เป็นบุตรชายของนายสจ็วต และนางมารีน่า สโคลส์ เกิดเมื่อวันที่16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1974ที่โรงพยาบาลโฮป ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ในเขตซัลฟอร์ด,มหานครแมนเชสเตอร์ ก่อนที่ต่อมาครอบครัวของเขาจะย้ายมาอยู่ที่ย่านแลงก์ลี่ย์ซึ่งอยู่เขตรอชเดล ขณะที่เขาอายุเพียง1ขวบครึ่ง สโคลส์เริ่มเข้ารับการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนโรมันคาทอลิก เซนต์แมรี่ โดยชื่นชอบและมีความสามารถในการเล่นคริกเกต และต่อมาได้เข้ารับการศึกษาในชั้นมัธยมที่โรงเรียนโรมันคาทอลิก คาร์ดินาล แลงก์ลี่ย์ โดยในช่วงนี้เอง ที่เขาได้เริ่มต้นฝึกฝนการเล่นฟุตบอลที่สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นครั้งแรก ในขณะอายุ14ปี โดยมีผลงานฟุตบอลในระดับนักเรียนคือเป็นหนึ่งในตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันฟุตบอลนักเรียนแห่งสหราชอาณาจักร ก่อนจะจบการศึกษาจากโรงเรียนนี้ในปี 1991

ประวัติการเล่นฟุตบอล

1992-1996

พอล สโคลส์ เป็นหนึ่งในสมาชิกชุดเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพร้อมกับฟิลลิปส์ เนวิลล์ ที่สร้างผลงานเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ ยูธคัพ ฤดูกาล 1992-1993 ซึ่งเป็นเกมส์เอฟเ คัพในระดับเยาวชนของอังกฤษ โดยแพ้ให้กับทีมเยาวชนของลีดส์ ยูไนเต็ด 4-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ต่อมาสโคลส์ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสรในวันที่23 กรกฎาคม 1993 โดยสวมเสื้อเบอร์24 แต่ไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เลย

การลงสนามให้กับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของพอล สโคลส์เป็นนัดแรกนั้น เกิดขึ้นในฤดูกาล 1994-1995 ในเกมส์ลีก คัพกับสโมสรพอร์ท เวล เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 1994 ซึ่งเขาประเดิมการลงสนามครั้งแรกด้วยการเหมายิงคนเดียว2ประตู พร้อมช่วยให้สโมสรชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 ส่วนการลงสนามในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่24 พฤศจิกายน 1994 ซึ่งเป็นเกมส์ออกไปเยือนสนามพอร์ทแมน โร้ด ของ”ม้าขาว”อิปสวิช ทาวน์ ซึ่งแม้สโมสรจะแพ้ไปด้วยสกอร์3-2 แต่สโคลส์ก็สร้างสิ่งที่น่าจดจำด้วยการยิงลูกสุดสวยในการลงเล่นพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในชีวิตได้ ฤดูกาลดังกล่าวสโคลส์ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกทั้งสิ้น17นัด ยิงประตูได้5 ประตู

ในฤดูกาล1995-1996 หลังการย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของอเล็กซ์ เฟอร์กูสันทำให้สโคลส์ได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้น และได้เล่นร่วมกับกองหน้าชั้นยอดอย่างเอริก คันโตน่าและแอนดี้ โคล ฤดูกาลนั้นสโคลส์ยิงได้14ประตูโดยเป็นการยิงในลีก10ประตู และคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกของตัวเองมาครองได้สำเร็จ

ฤดูกาล1996-1997 สโคลส์เปลี่ยนมาสวมเสื้อหมายเลข18 แทนหมายเลข24 และคว้าแชมป์ลีกมาครองได้อีกสมัยหนึ่ง

ฤดูกาล1997-1998 รอย คีน มิดฟิลด์ของทีมได้รับบาดเจ็บหัวเข่าอย่างรุนแรง ทำให้สโคลส์ต้องถอยตัวเองลงมาเล่นเป็นกองกลาง และฤดูกาลนั้นทีมไม่ได้แชมป์รายการหลักใดๆเลย

ฌูแซ มารีอู ดุช ซังตุช โมริญญู แฟลิกส์ (โปรตุเกส: José Mário dos Santos Mourinho Félix) หรือ โชเซ มูรีนโย ตามการออกเสียงในภาษาอังกฤษ เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลและอดีตนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส เกิดเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) ปัจจุบันเป็นผู้จัดการของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

มูรีนโยได้รับการยกย่องจากผู้เล่น ผู้ฝึก และผู้ประกาศข่าวกีฬาหลายคนว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก และยังได้รับเกียรติจากสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสในปี ค.ศ. 2015 ว่าเป็นผู้ฝึกสอนชาวโปรตุเกสที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษนี้ มูรีนโยเริ่มต้นอาชีพสาย ฟุตบอลด้วยการเป็นผู้เล่นในดิวิชัน 2 ของโปรตุเกส เขาเรียนจบวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยเทคนิค ลิสบอน และเข้ารับการอบรมหลักสูตรการเป็นผู้ฝึกในสหราชอาณาจักร ในขณะที่อยู่ในลิสบอนเขาทำงานเป็นครูพลศึกษาและหาประสบการณ์ทำงานในด้านอื่น ๆ โดยการเป็นผู้ฝึกทีมเยาวชน แมวมอง และผู้ช่วยผู้จัดการ ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1990 เขาได้รับมอบหมายให้เป็นล่ามของเซอร์บ็อบบี ร็อบสัน ในช่วงที่ร็อบสันทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมสปอร์ติงลิสบอน และสโมสรฟุตบอลโปร์ตูในโปรตุเกส และสโมสรฟุตบอล  บาร์เซโลนาในสเปน หลังจากร็อบ สันจากบาร์เซโลนาไป มูรีนโยตัดสินใจอยู่ที่สโมสรเดิมโดยทำงานร่วมกับลูวี ฟัน คาล ซึ่งมาทำหน้าที่แทนร็อบสัน

มูรีนโยเริ่มงานสั้น ๆ โดยเป็นผู้จัดการให้กับไบฟีกาและอูนีเอาดือไลรีอาซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยสามารถ พาไลรีอาไปอยู่อันดับที่ 5 ของลีกซึ่งเป็นอันดับสูงสุดที่ทีมเคยทำได้ มูรีนโยกลับไปอยู่กับโปร์ตูช่วงต้นปี ค.ศ. 2002 ในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกและนำทีมชนะปรีไมราลีกา โปรตุเกสลีกคัพ และยูฟ่ายูโรปาลีกในปี ค.ศ. 2003 ในฤดูกาลถัดมาเขาสามารถนำทีมชนะโปรตุเกสซูเปอร์คัพ พาโปร์ตูถึงยอด ของลีกเป็นครั้งที่สอง และได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดของฟุตบอลสโมสรยุโรปซึ่งก็คือการครองตำแหน่งแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก หลังจากย้ายไปเชลซีในปีถัดมาเขายังส่งให้เชลซีเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งที่สองในรอบ 50 ปีด้วยคะแนนสูงถึง 95 คะแนน ร่วมกับการครองแชมป์ลีกคัพในฤดูกาลเดียวกัน ในปีที่สองมูรีนโยยังคงพาเชลซีไปถึงจุดสูงสุดของพรีเมียร์ลีก และสามารถ พาสโมสรไปชนะเอฟเอคัพและ ลีกคัพในช่วงฤดูกาล 2006-07 มูรีนโยออกจากเชลซีในเดือนกันยายน ค.ศ. 2007 ท่ามกลางข่าวปัญหาความแตกแยกระหว่างตัวเองกับโรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสร

หลังจากย้ายไปอินเตอร์มิลานซึ่งเป็นสโมสรในลีกเซเรียอาในปี ค.ศ. 2008 ภายในสามเดือนมูรีนโย ก็ได้สร้างเกียรติให้กับสโมสรอิตาลีแห่งนี้โดยพาทีมชนะการแข่งขัน และจบฤดูกาลด้วยการครองแชมป์ลีกเซเรียอา ในฤดูกาล 2009-10 อินเตอร์มิลานกลายเป็นสโมสรแรกของอิตาลีที่สามารถทำเทรบเบิล โดยชนะเซเรียอา อิตาลีคัพ และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งอินเตอร์มิลานไม่สามารถชนะการแข่งขันหลังสุดนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965 เขาเป็นหนึ่งในผู้ฝึกห้าคนที่สามารถทำให้สโมสรฟุตบอลสองทีมสามารถครองถ้วยยุโรป โดยอีกสี่คนที่เหลือคือ แอนสท์ ฮัพเพิล, อ็อทท์มาร์ ฮิทซ์เฟ็ลท์, ยุพพ์ ไฮน์เคส และการ์โล อันเชลอตตี และได้รับรางวัลผู้ฝึกยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าในปี ค.ศ. 2010 จากนั้นเขาเซ็นสัญญากับเรอัลมาดริดในปี ค.ศ. 2010 และนำทีมชนะโกปาเดลเรย์ในฤดูกาลแรก ในปีต่อมาเขายังพาทีมครองแชมป์ลาลีกา ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้ฝึกคนที่ห้าถัดจากทอมิสลัฟ อีวิช, แอนสท์ ฮัพเพิล, โจวันนี ตราปัตโตนี และเอริก เคเริตส์ ที่ได้สามารถเอาชนะลีกฟุตบอลได้อย่างน้อยในสี่ประเทศคือ โปรตุเกส อังกฤษ อิตาลี และสเปน หลังจากออกจากเรอัลมาดริดในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2013 มูรีนโยกลับไปอังกฤษเพื่อจัดการเชลซีเป็นครั้งที่สองซึ่งในระหว่างนั้นก็สามารถพาทีมชนะลีกคัพได้อีกครั้ง แต่การทำงานกับเชลซีก็มาถึงจุดสิ้นสุดในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2015 หลังจากมีผลงานย่ำแย่ทำให้เชลซีเกือบตกชั้น

ความรู้ทางยุทธวิธี บุคลิกที่มีลักษณะเฉพาะ (ซึ่งเต็มไปด้วยข้อพิพาท) และลักษณะการจัดการทีมซึ่งฝ่ายตรงข้ามมองว่าให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าการเล่นฟุตบอลที่สวยงาม ทำให้มูรีนโยถูกมองจากทั้งผู้ชื่นชอบและนักวิจารณ์ว่าเป็นทายาทของเอเลนิโอ เอร์เรรา ผู้จัดการชาวอาร์เจนตินา

สมัครสมาชิก ได้ที่นี่ คลิกเลย!!

UFABET369

ufabet369

อ่านข่าวอื่น…